แนะแนววิธีการจัดการ สาระน่ารู้หรือเคล็ดลับดีๆในการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงหลายๆเรื่องที่คุณไม่รู้มาก่อน มาอัพเดทกันก่อนใคร ที่นี่ ..
ทุกเรื่องบัตรเครดิตที่คุณควรรู้
เราได้ยินกันมาหลายปีแล้วว่าสังคมไทย และสังคมโลกกำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) แต่ในทางปฏิบัตินอกจากเรื่องนี้จะไม่จริงเสมอไป สังคมไร้เงินสดยังมีตัวเลือกในการใช้มากมายนอกจากบัตรเครดิต อาทิ การสแกน qr promptpay, บริการ paylater ต่าง ๆ แล้วอย่างนี้บัตรเครดิตใบแรกสำหรับคนที่ยังไม่มี จำเป็นขนาดไหน อิออน ขอตอบความสงสัยในบทความนี้ค่ะ

หนึ่งในข้อเข้าใจผิดสุดคลาสสิกที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอ จริงอยู่ที่การใช้บัตรเครดิตคือการใช้วงเงินที่เป็น “เครดิต” เป็นวงเงินที่ธนาคารและสถาบันการเงินประเมินจากความสามารถในการชำระหนี้คืน ซึ่งจะต้องชำระคืนภายหลัง การใช้บัตรเครดิตจึงมักถูกเข้าใจผิดว่าคือการ “ยืมเงินอนาคต” ออกมาใช้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี เช่น ไม่ใช้บัตรเครดิตหากไม่สามารถชำระคืนภายหลังได้ หรือ หักเงินสดเอาไว้เพื่อใช้จ่ายรายการที่จ่ายด้วยบัตรเครดิตทันที บัตรเครดิตสามารถเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สร้างประโยชน์ได้มากมาย ทั้งรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ, ได้รับเครดิตเงินคืน หรือสะสมไมล์และคะแนนบัตรเครดิตเพื่อรับสินค้าพรีเมียมต่าง ๆ ได้
สรุปให้สั้น ๆ ว่า การใช้บัตรเครดิตจะเป็นหนี้ก็ต่อเมื่อ ไม่ชำระเต็มจำนวน ตามเวลาที่กำหนด ก็จะเกิดดอกเบี้ย และเป็นหนี้ขึ้นมา ที่อัตราดอกเบี้ย 16% ต่อปีนั่นเอง
หลายคนคิดว่าถ้ารายได้น้อย ยังไม่ควรมีบัตรเครดิต ซึ่งวิธีคิดแบบนี้ทำให้พลาดโอกาสในการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์ และสร้างประวัติทางการเงินที่ดีสำหรับการขอสินเชื่อในอนาคต ความจริงก็คือการอนุมัติบัตรเครดิตของธนาคารและสถาบันทางการเงินไม่ได้วัดกันที่ความรวยหรือไม่รวย แต่วัดกันที่ รายได้ที่สม่ำเสมอ และ วินัยการใช้เงิน ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ มีบัตรเครดิตหลายใบที่ออกแบบมาให้กับ เด็กจบใหม่ หรือ first jobber เช่น บัตรเครดิตอิออน คลาสสิค ที่เพียงมีรายได้เริ่มต้นที่ 15,000 บาทต่อเดือน ก็สมัครได้แล้ว
*ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
หลายคนกลัวว่าถ้ามีบัตรแล้วไม่รูด จะ “เสียเครดิต” หรือ “กู้ไม่ผ่านในอนาคต” ความเป็นจริงคือ การไม่ใช้บัตรไม่ทำให้เครดิตเสีย
สิ่งที่ทำให้เครดิตเสียคือ
ความเข้าใจผิดนี้มักเกิดกับคนที่เคยชิน และ สับสนกับบัตรเดบิต ความจริงคือ บัตรเครดิตไม่หักเงินจากบัญชีเราในทันที แต่เป็นการ “ยืมวงเงินมาจ่ายล่วงหน้า” แล้วเราจึงค่อยไปชำระภายหลัง ซึ่งหากเราเข้าใจอย่างนี้ แล้วมีความเข้าใจเรื่องรอบบิล และ วันครบกำหนดด้วย ก็จะทำให้สามารถวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น
หลายคนยังเข้าใจว่าการผ่อน 0% = ปลอดภัย 100% แต่ความจริงคือ ดอกเบี้ยการผ่อน 0% ก็จริง แต่ถ้าลืมจ่าย หรือ จ่ายไม่ครบ ดอกเบี้ยเกิดขึ้นตามเงื่อนไขทันที การผ่อน 0% จึงเหมาะกับของที่จำเป็น และ เรารู้แน่ว่าสามารถผ่อนจ่ายชำระได้จนครบ
นี่ไม่ใช่ความผิดของการมีบัตรเครดิต แต่มาจากพฤติกรรมการใช้บัตรที่ไม่ตั้งขอบเขต เป็นเรื่องวินัยการใช้เงินของผู้ถือบัตรล้วน ๆ เพราะยังมีอีกหลายคนที่ใช้บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือที่สามารถ คุมรายจ่าย ,แยกค่าใช้จ่าย, และยังตรวจสอบรายการย้อนหลังได้ด้วย
หลายคนอาจจะกลัว เพราะเคยได้ยินคำว่าเครดิตบูโร ความจริงคือการใช้บัตรเครดิตถูกวิธีนอกจากจะไม่ทำให้ประวัติการเงินเสีย ยังช่วยสร้างประวัติที่ดี ถ้าใช้ถูกวิธี ได้แก่ การจ่ายตรงเวลา ซึ่งทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินมีประวัติการเงินที่ดี เอาไว้ใช้พิจารณาสินเชื่ออื่น ๆ ในอนาคตได้ด้วย
หลายคนตัดสินใจจะมีบัตรเครดิตแล้ว แต่เครียดกับการเลือกมากเพราะกลัวเลือกพลาด ทั้งที่จริงแล้ว เลือกมาไม่ได้ใช้ก็ไม่เป็นไร สามารถ เปลี่ยน เพิ่มบัตร หรือ แม้แต่ยกเลิก เพื่อเลือกใบที่เหมาะสมกับการใช้ชิวิตมากกว่าได้ในอนาคตเสมอ ตราบที่ใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี มีประวัติการใช้ที่ดีสม่ำเสมอ

ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว และจำเป็นต้องใช้เดี๋ยวนั้น ทันที เช่น ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน, ค่าซ่อมรถ, ค่าซ่อมบ้าน, ค่าซ่อม หรือ ซื้ออุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ, โน๊ตบุ๊กที่ใช้ทำงาน หากไม่มีบัตรเครดิตอาจต้องหยิบยืมจากคนใกล้ตัว หรือต้องเอาจากเงินเก็บฉุกเฉินมาใช้ทันที แต่ถ้าไม่มีหรือหาไม่ได้ก็อาจต้องไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ย และ การเรียกเก็บที่ไม่เป็นธรรม แต่ถ้ามีบัตรเครดิตก็สามารถสำรองจ่ายไปก่อน เพื่อให้มีเวลาตั้งสติวางแผนชำระคืน สามารถวางแผนการชำระเป็นงวดได้ ไม่กระทบเงินก้อน แถมยังมีเวลาวางแผนก่อนถึงวันเรียกเก็บชำระได้อีกด้วย คุณค่าที่แท้จริงของบัตรเครดิตคือ ลดความตึงมือในช่วงวิกฤตินั่นเอง
หากมีสินค้าหรือบริการที่ต้องชำระเป็นเงินก้อนใหญ่ เช่น โทรศัพท์ใหม่ / เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ ค่าเรียนเฉพาะทาง หากเรามีเงินสดสำรองมากพอก็แล้วไป แต่หากชำระเป็นเงินก้อนใหญ่แล้วเสี่ยงกับการที่เงินไม่พอใช้ในเดือนนั้น เพราะเงินหายไปก้อนใหญ่ บัตรเครดิตสามารถเป็นตัวช่วยให้ของจำเป็น ไม่ต้องกลายเป็นความเดือดร้อนได้ ด้วยการผ่อน 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ ซึ่งช่วยบรรเทาภาระเงินก้อนใหญ่ ให้สามารถจัดการ และ วางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่ายยิ่งขึ้น
สำหรับค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง หรือ ค่าอาหาร การเลือกจ่ายด้วยเงินสดดูจะเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล เพราะควบคุมและติดตามการใช้จ่ายได้ง่าย ตรงไปตรงมา แต่หากเราเลือกชำระด้วยบัตรเครดิต โดยเฉพาะบัตรเครดิตที่ระบุว่าได้รับส่วนลด / เครดิตเงินคืน ในหมวดนั้น ๆ ก็จะช่วยให้เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากยิ่งขึ้น หรือแม้แต่การได้รับคะแนนสะสม ที่สามารถนำไปแลกเป็นของรางวัลพรีเมียมได้ ก็แสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตนั้นมีความคุ้มค่ายิ่งกว่าการชำระด้วยเงินสดมาก
ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานเงินเดือนที่รอเงินเดือนเข้า, ฟรีแลนซ์ที่รอลูกค้าวางบิล หรือเป็นพนักงานใหม่ระหว่างช่วงเปลี่ยนงาน ที่รอเงินเดือนรอบแรกเข้า บัตรเครดิตช่วยเป็นสะพานการเงินระยะสั้น ให้คุณรักษาสภาพคล่องไว้ได้ โดยไม่ต้องไปกู้ยืม ให้คุณหมุนเงินได้คล่องตัว และผ่านช่วงสะดุดไปได้โดยไม่พัง หากใช้เท่าที่จำเป็นและวางแผนชำระคืนได้เต็มจำนวนและตามกำหนด
หลายคนไม่เชื่อว่าการใช้บัตรเครดิตจะช่วยชีวิตการเงินได้ด้วยการจัดการที่เป็นระบบได้มากกว่าการใช้เงินสด อยากรู้ว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง หรือเงินหายไปไหน ก็สามารถตรวจสอบรายการบัญชีได้ทันที สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เห็นภาพรวมรายจ่าย เมื่อติดตามอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบยังสามารถควบคุมงบได้ เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มใช้เกินด้วย
อันนี้ถือว่าเป็นข้อดีหลักของการใช้บัตรเครดิตเลย และเป็นการวางแผนทางการเงินในระยะยาว เพราะหากเราใช้บัตรเครดิตอย่างมีสติ และ มีประวัติที่ดี ชำระตรงเวลา และ ไม่มีประวัติค้างชำระ ย่อมเป็นการพิสูจน์กับธนาคารและสถาบันการเงินว่า เรามีวินัยการเงิน และมีความสามารถในการชำระหนี้ที่ดี ซึ่งจะส่งผลกับคะแนนเครดิต ให้ธนาคารและสถาบันการเงินพิจารณาอนุมัติสินเชื่อที่จำเป็นก้อนใหญ่ ๆ เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ หรือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ ได้ง่ายยิ่งขึ้น กว่าคนที่ไม่มีประวัติทางการเงินเลย
เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นข้อที่สำคัญที่สุดของการมีบัตรเครดิต เพราะ บัตรเครดิตใบแรก คือ จุดเริ่มต้นของประวัติการเงิน

ไม่ใช่ทุกคนที่ควรมีบัตรเครดิตใบแรก แต่ควรเป็นคนที่อยู่ในเงื่อนไขต่อไปนี้
1. คนที่มีรายได้สม่ำเสมอ
ย้ำอีกครั้งว่าไม่จำเป็นต้องมีรายได้สูงปรี๊ด แต่ควร
เพราะหัวใจสำคัญคือ ความสามารถในการชำระคืนได้ตรงเวลา
2.คนที่ใช้เงินสดได้มีวินัยอยู่แล้ว
ถ้าคุณสามารถ
คุณก็มีแนวโน้มจะใช้บัตรเครดิตได้ดี และมีประโยชน์ต่อตนเองสูงสุด
3. คนที่ต้องการเริ่มสร้างประวัติทางการเงิน
บัตรเครดิตใบแรกช่วยให้
4. คนที่เข้าใจว่าบัตรเครดิต “ไม่ใช่เงินของตัวเอง”
ถ้าคุณเข้าใจดีว่า
คุณคือคนกลุ่มที่พร้อมมีบัตรเครดิตมาก ๆ

อย่างไรก็ตามการที่วันนี้บัตรเครดิตยังไม่จำเป็นสำหรับคุณ ไม่ใช่การปิดประตูตายสำหรับการมีบัตรเครดิตเพื่อเป็นเครื่องมือการเงิน และสร้างประวัติทางการเงินที่ดี หากในอนาคตคุณพร้อมมากขึ้น ก็สามารถมีบัตรเครดิตในเวลาที่เหมาะสมได้
บัตรเครดิตใบแรกไม่ใช่ของจำเป็นสำหรับทุกคน แต่เป็นเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะกับคนที่พร้อมใช้มันอย่างมีวินัย การรู้ว่า ‘ถึงเวลาหรือยัง’ สำคัญกว่าการมีเพียงเพราะคนอื่นมี
บัตรเครดิตไม่ใช่สิ่งที่อันตราย แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนพลาด คือ “เข้าใจไม่ครบ” ตั้งแต่วันแรก การรู้ว่าควรระวังเรื่องอะไร จะช่วยให้บัตรเครดิตใบแรกเป็นผู้ช่วยทางการเงิน ไม่ใช่ปัญหาในระยะยาว
ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งของมือใหม่ คือ ลืมไปว่าทุกบาทที่รูด คือเงินที่ต้องจ่ายคืน บัตรเครดิตเป็นเพียงเครื่องมือ “จ่ายก่อน–คืนทีหลัง” ไม่ใช่เงินเพิ่ม หากใช้โดยไม่คิดถึงยอดรวมที่ต้องชำระตอนสิ้นเดือน มีโอกาสสูงที่จะเผลอใช้เกินกำลังโดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่ควรทำ
การจ่ายขั้นต่ำช่วยให้ไม่ผิดนัดชำระก็จริง แต่ถ้าจ่ายขั้นต่ำต่อเนื่อง ยอดดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นเร็วมาก มือใหม่หลายคนคิดว่า “จ่ายขั้นต่ำไปก่อน เดือนหน้าค่อยว่ากัน” ซึ่งถ้าทำบ่อย ๆ จากบัตรใบแรก อาจกลายเป็นหนี้สะสมโดยไม่ตั้งใจ
สิ่งที่ควรทำ
การผ่อน 0% เป็นข้อดีของบัตรเครดิต แต่ไม่ได้แปลว่า “ปลอดภัยเสมอไป” หากลืมชำระค่างวดตามกำหนด หรือใช้ผ่อนหลายรายการพร้อมกัน รายจ่ายรายเดือนอาจสูงเกินงบที่ตั้งไว้
สิ่งที่ควรทำ
บัตรเครดิตสามารถช่วยในบางสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ไม่ควรใช้แทนการวางแผนเงินสดในชีวิตประจำวัน ถ้าเริ่มกดเงินสดจากบัตรเครดิตเพราะเงินไม่พอทุกเดือน นั่นคือสัญญาณว่ามีปัญหาที่โครงสร้างรายจ่าย ต้องรีบตัดวงจรก่อนจะกลายเป็นหนี้พอกพูนไม่รู้ตัว
สิ่งที่ควรทำ
มือใหม่หลายคนใช้บัตรได้ดี แต่พลาดเพราะ จำวันจ่ายไม่ได้ ลืมจ่าย หรือจ่ายช้า การจ่ายช้าแม้เพียงครั้งเดียว อาจส่งผลต่อค่าธรรมเนียมติดตามทวงหนี้ และประวัติทางการเงิน
สิ่งที่ควรทำ
การมีบัตรหลายใบตั้งแต่เริ่มต้นไม่ช่วยให้ชีวิตการเงินดีขึ้นเร็วขึ้น ตรงกันข้าม อาจทำให้
สิ่งที่ควรทำ
บัตรเครดิตใบแรกจะเป็นผู้ช่วยทางการเงินที่ดีได้ ก็ต่อเมื่อผู้ถือบัตรเข้าใจข้อจำกัดของตัวเอง รู้เวลาใช้ รู้เวลาหยุด และชำระคืนอย่างมีวินัย หากเริ่มต้นอย่างรอบคอบ บัตรใบแรกจะไม่ใช่ภาระ แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารเงินที่ดีในระยะยาว
เลือกบัตรเครดิตใบแรกที่เหมาะกับคุณ ได้ที่นี่